วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ไม้เรียวสร้างชาติ
เปรี๊ยะ!!! เสียงไม้กระทบเนื้อนุ่มๆบริเวณก้นของเด็กชายสมนึกดังมาจากกสมนึกปฏิเสธียกไปสอบสวนถึงเหตุการณ์บ้านครูสมศรีและขโมยเงินของคุณครูสมศรีจำนวน องโรงเรียนห้องพักครูพร้อมกับเสียงตะคอกที่นักเรียนทั้งโรงเรียนได้ยินแล้วถึงกับผวา ที่คุณครูทองดีกำลังลงโทษเด็กชายสมนึกเพราะเขาขโมยเงินของคุณครูสมศรีตั้งแต่เมื่อเย็นวานเหตุการณ์แบบนี้เป็นเหตุการณ์ที่คุ้นหูชินตาของนักเรียนทุกคนในโรงเรียนนี้ที่ได้เห็นและได้ฟังเป็นประจำเมื่อมีนักเรียนคนใดคนหนึ่งกระทำผิดระเบียบของโรงเรียน วันนี้ก็เช่นกันเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นอีกครั้งเป็นเพราะว่าเมื่อเย็นวานเด็กชายสมนึกได้แอบปีนขึ้นไปบ้านครูสมศรีและขโมยเงินของคุณครูสมศรีจำนวนหนึ่งร้อยยี่สิบบาท และยังขโมยกินไก่ย่างและน้ำอัดลมของคุณครูที่เตรียมไว้ให้ลูกสาวที่กำลังจะกลับจากเรียนพิเศษเด็กชายสมนึกถูกคุณครูทองดีเรียกไปสอบสวนถึงเหตุการณ์ครั้งแรกเด็กชายสมนึกปฏิเสธ แต่ด้วยประสบการณ์ของครูฝ่ายปกครองอันยาวนานและมีลูกล่อลูกชนที่แพรวพราวของคุณครูทองดีจึงทำให้เด็กชายสมนึกสารภาพผิดในที่สุดและบทลงโทษที่ผู้กระทำผิดต้องได้รับในครั้งนี้ก็คือต้องถูกเฆี่ยนด้วยไม้เรียวจำนวนสามทีและต้องคืนเงินจำนวนหนึ่งร้อยยี่สิบบาทบาทที่ขโมยมาส่วนไก่ย่างและน้ำอัดลมนั้นคุณครูสมศรีไม่เอาความภาพครั้งในวัยเด็กของสมชายยังคงพรั่งพรูออกจากความนึกคิดราวกับกำลังดูหนังกลางแปลงเรื่องดังภาพของสมพรที่กำลังชกต่อยกับศรันยูด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องเพราะแย่งบัวรดน้ำเพื่อนำไปรดน้ำแปลงกะหล่ำปลีที่กำลังงามได้ที่พร้อมจะถูกเก็บเกี่ยวในเวลาอีกไม่กี่วันข้างหน้าครั้งนั้นทั้งสมพรและศรันยูถูกเฆี่ยนด้วยไม้เรียวคนละสองทีความผิดฐานขาดความรักและสามัคคี ไม่มีการรอคิวไม่รอว่าใครมาก่อนและมาทีหลัง สมใจกำลังจะถูกเฆี่ยนด้วยไม้เรียวหนึ่งทีเพราะว่าสมใจนำชื่อของคุณพ่อและชื่อของคุณแม่ของแก้วตามาล้อเล่นซึ่งคุณครูบอกว่าคุณพ่อและคุณแม่เป็นผู้มีพระคุณควรเคารพเทิดทูนไม่ควรนำมาล้อเล่นครูสมชายเสียงของเพื่อนครูที่พักอยู่ในห้องเดียวกันเรียกจนทำให้คุณครูสมชายถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจหลังจากที่เขานั่งคิดทบทวนถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งอดีตที่ตนเป็นนักเรียนและแอบมองดูคุณครูทองดีพิจารณาความผิดของเพื่อนอยู่บ่อยครั้งและเมื่อคุณครูพิจารณาแล้วว่ามีความผิดคุณครูจะต้องลงโทษด้วยการเฆี่ยนด้วยไม้เรียวทุกครั้งก่อนที่ครูจะลงโทษนักเรียนครูจะต้องว่ากล่าวตักเตือน อบรมสั่งสอนไม่ให้กระทำความผิดอีกเพราะเป็นสิ่งที่ไม่ดี จะติดเป็นนิสัยจนกลายเป็นสันดานในที่สุด เด็กชายสมนึกในอดีตนั้นบัดนี้เขาเป็นพ่อค้าข้าวที่กำลังรุ่งเรืองกิจการใหญ่โตทำการค้าขายอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมไม่เอารัดเอาเปรียบชาวบ้านยึดถือพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เด็กชายสมพรที่ถูกทำโทษเพราะทะเลาะชกต่อยกับเด็กชายศรันยูเรียนจบนิติศาสตร์ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่งสอบเป็นนักเรียนพลตำรวจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ทำงานเพื่อชาติอย่างเข้มแข็ง เด็กชายศรันยูกำลังเรียนนักเรียนนายสิบอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะจบและจะออกมาทำหน้าที่เพื่อชาติทำให้คุณพ่อ คุณแม่และคุณครูที่เฝ้ามองดูความสำเร็จอยู่ข้างหลังได้ภาคภูมิใจ เด็กหญิงสมใจที่ชอบพูดคำหยาบ นำชื่อของคุณพ่อและคุณแม่คนอื่นมาล้อหลังจากที่โดนเฆี่ยนและได้รับการอบรมสั่งสอนจากคุณครูทองดีเป็นอย่างดีแล้วบัดนี้เป็นพยาบาลที่คอยบริการประชาชนด้วยความตั้งอกตั้งใจพูดจาสุภาพกริยาเรียบร้อยเป็นที่รักของประชาชนที่มาใช้บริการ พวกเขาเหล่านี้ถ้าไม่มีคุณครูทองดีคอยห้ามปรามและกำราบด้วยไม้เรียวก็คงจะไม่เป็นอย่างที่เขาเป็นในวันนี้ต้องขอบคุณคุณครูทองดีจริงๆครูสมชายคะนักเรียนหญิงเรียกชื่อคุณครูพร้อมกับท่าทางกระหืดกระหอบด้วยสาเหตุที่ว่ามีนักเรียนหญิงทะเลาะวิวาทตบตีกันเพราะแย่งแฟนกันครูสมชายได้สวมบทบาทครูทองดีที่คุ้นตาในอดีตรีบวิ่งไป ณ จุดเกิดเหตุคุณครูเข้าไปห้ามปรามนักเรียนทั้งคู่และนำคู่กรณีมาสอบสวนถึงเหตุการณ์ครูสมชายในวันนี้ทำหน้าที่เหมือนครูทองดีที่เป็นครูต้นแบบครูดีในดวงใจทุกอย่างแต่ต่างกันที่วันนี้คุณครูสมชายไม่มีไม้เรียว คุณครูสมชายได้พิจารณาถึงสาเหตุของการทะเลาะวิวาทแล้วจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนและหักคะแนนความประพฤติตามกฎระเบียบของโรงเรียน แล้วปล่อยนักเรียนทั้งคู่เข้าห้องเรียนเพื่อเรียนหนังสือตามปกติ ก่อนที่โรงเรียนจะเลิกประธานนักเรียนรีบวิ่งมาแจ้งเหตุว่าตอนนี้นักเรียนหญิงคู่เดิมกำลังทะเลาะตบตีกันอีกแล้ว คุณครูสมชายรีบวิ่งไปดูอีกครั้งแต่พอไปถึงคุณครูถึงกับส่ายหน้าเพราะครั้งนี้นอกจากจะมีคู่กรณีที่ทะเลาะกันแล้วยังมีเพื่อนบางคนถ่ายคลิปวีดีโอในขณะที่เพื่อนกำลังทะเลาะกันและที่สำคัญนักเรียนกลุ่มใหญ่ยืนล้อมวงเชียร์อย่างสนุกสนานเห็นเป็นเรื่องสนุกโดยไม่มีการห้ามปราม ซ้ำยังยุยงส่งเสริมเชียร์ให้เพื่อนทั้งสองตบตีกันอีกพอคุณครูสมชายไปถึงที่เกิดเหตุนักเรียนกลุ่มนั้นก็รีบวิ่งหนีแยกย้ายกันไป คุณครูได้นำคู่กรณีมาสอบสวนอีกครั้งผลการสอบสวนพบว่าในครั้งนี้มีความผิดทั้งคู่คุณครูจึงว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บนและหักคะแนนความประพฤติอีกครั้ง การทำโทษในครั้งนี้ไม่มีแม้แต่เงาของไม้เรียว ไม่มีรอยไม้เรียวให้นักเรียนได้หลาบจำ จึงทำให้นักเรียนไม่เกิดความกลัว กระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะคุณครูไม่มีอาวุธที่จะคอยกำราบเด็กเพราะคำว่าสิทธิเด็ก นั่นหรือครูจึงถูกยึดอาวุธที่แสนจะธรรมดาแต่ทรงอำนาจ อาวุธที่สร้างคนให้เป็นคนมานักต่อนักแล้วถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะคืนไม้เรียวอาวุธที่แสนจะธรรมดาแต่แฝงด้วยอำนาจที่ยิ่งใหญ่เอาไว้คอยกำราบเด็กดื้อไม่ให้กระทำความอีกให้แก่คุณครูด้วยความเชื่อและความศรัทธาในตัวของคุณครูว่า คุณครูมีคุณธรรมและจริยธรรมสามารถแยกแยะไม่ใช้อารมณ์แต่ใช้เหตุผลไม่เอาอาวุธมาใช้ทำร้ายเด็กด้วยความเกลียดชัง แต่จะใช้ลงโทษเพื่อให้หลาบจำ หรือจะให้คำว่าสิทธิเด็ก มาคอยปกป้องเด็กที่กระทำความผิดเล็กๆน้อยในโรงเรียนและอาจลุกลามกลายเป็นความผิดที่ใหญ่ขึ้น ทำลายระเบียบวินัยของนักเรียนทำให้นักเรียนไม่เคารพคุณครูและอาจส่งผลถึงอนาคตของประเทศไทยในภายภาคหน้าได้เพราะเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้าถ้าเด็กในวันนี้เป็นคนไม่ดีไม่มีศีลธรรมผู้ใหญ่ในวันข้างหน้าจะดีได้อย่างไรและสุภาษิตไทยที่ว่ารักวัวให้ผูกรักลูกให้ตีก็คงจะสูญหายไปในที่สุดการที่คุณครูทำโทษลูกศิษย์ไม่ได้หมายถึงครูเกลียดชังลูกศิษย์ แต่เป็นเพราะว่าครูต้องการให้ลูกศิษย์ของตนนั้นเป็นคนดี ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่สังคม ดังนั้นผู้เป็นครูนอกจากจะประสิทธิ์ประสาทวิชาให้แก่ลูกศิษย์เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพในอนาคตแล้วแต่คุณครูยังต้องคอยอบรมสั่งสอนขัดเกลาความประพฤติให้ลูกศิษย์นั้นอยู่ในกรอบของระเบียบวินัยและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเป็นสุขเพราะความสำเร็จของลูกศิษย์ก็คือความสำเร็จของคุณครูแต่รางวัลที่คุณครูได้รับนั้นหาใช่เงินทองแต่ประการใดแต่สิ่งที่คุณครูจะได้รับก็คือความภาคภูมิใจนั่นเองดังนั้นครูจึงควรมีอาวุธซึ่งก็คือไม้เรียวไว้คอยกำราบลูกศิษย์บางคนที่พยายามจะออกนอกลู่นอกทางให้กลับมาเป็นคนดีที่สังคมต้องการ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น